โรคผิวหนัง

ผิวหนังเป็นเนื้อเยื่อส่วนนอกสุดของร่างกายที่ห่อหุ้มโครงสร้างและอวัยวะทุกอย่างไว้ ซึ่งในแต่ละบริเวณจะมีความหนา-บางแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องรองรับ และถูกเสียดสี ผิวหนังของเราแบ่งเป็น 2 ชั้นใหญ่ ๆ คือ

  1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นที่อยู่บนสุด บางและหลุดลอกออกไปได้ง่าย หรือที่เรียกว่าขี้ไคลนั่นเอง ในชั้นนี้จะไม่มีเลือดและเส้นประสาทหล่อเลี้ยงครับ แต่มีเซลล์ที่ชื่อ เมลาโนไซด์ (Melanocyte) ซึ่งทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ที่ทำให้แต่ละคนมีสีผิวที่แตกต่างกันออกไป
  2. ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นที่อยู่ลึกถัดจากชั้นหนังกำพร้าลงมา มีความหนากว่าชั้นแรกมาก เป็นที่อยู่ของเซลล์ ต่อม หลอดเลือด และระบบประสาทที่มาหล่อเลี้ยง

หน้าที่ของผิวหนังนอกจากปกป้องอวัยวะภายในไม่ได้ได้รับอันตรายแล้ว ยังมีความสำคัญในการรักษาระดับอุณหภูมิร่างกาย ขับของเสียออกทางเหงื่อ รับความรู้สึกสัมผัสต่าง ๆ ทั้งยังมีส่วนช่วยในการสร้างวิตามินดี และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผิวหนังของเรามีได้หลายอย่างครับ สำหรับวันนี้จะกล่าวถึงโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับระบบผิวหนัง ซึ่งมีด้วยกันหลายโรคตามตำแหน่งที่เกิดการติดเชื้อ โดยเชื้อที่ก่อโรคมี 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ แบคทีเรีย รา และไวรัส

รักษาโรคผิวหนังได้อย่างไร?

การรักษาโรคผิวหนังขึ้นกับสาเหตุเช่น การรักษาความสะอาดเมื่อเกิดจากสิว การกินยา/ทายาปฏิชีวนะเมื่อเกิดจากติดเชื้อ และการรักษาด้วยการผ่าตัดเมื่อเป็นโรคมะเร็ง

ดูแลผิวหนังอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลผิวหนังโดยทั่วไปและการพบแพทย์คือ

  • รักษาความสะอาดผิวหนังเสมอโดยการใช้สบู่ที่อ่อนโยน
  • ปกป้องผิวหนังจากแสงแดดเมื่อต้องโดนแดดจัดหรือทำงานกลางแจ้งเช่น ใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวกปีกกว้าง และ/หรือทายากันแดด
  • กินอาหารมีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ทุกวัน เพิ่มผักและผลไม้ เพื่อชะลอผิวเสื่อมก่อนวัย
  • เลือกเครื่องสำอางและเครื่องใช้ต่างๆชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวเช่น ครีมบำรุงผิว น้ำยาโกนหนวด รวมทั้งยาสีฟัน และทิชชูทำความสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด ผิวจะแห้งมาก (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง ผิวแห้ง) ผิวเสื่อมได้ง่าย
  • เลิกบุหรี่ ไม่สูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่ทำลายเซลล์ผิวหนังและยังเป็นสาเหตุของหลอดเลือดตีบ ผิวหนังจึงเสื่อมง่ายจากขาดเลือด
  • เรียนรู้ชีวิต ควบคุมความเครียด เพราะเป็นสาเหตุของสิวและผิวหน้าย่นได้ก่อนวัย
  • หลีกเลี่ยงสารที่ก่ออาการแพ้ต่อผิวหนัง
  • รักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคผิวหนัง
  • สังเกตผิวหนังตนเองเสมอเช่น ขณะอาบน้ำและแต่งตัว เมื่อพบสิ่งผิดปกติควรพบแพทย์
  • การพบแพทย์เมื่อผิวหนังผิดปกติไปจากเดิมและไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เสมออาจเป็นแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์โรคผิวหนังก็ได้ หรือเมื่อมีความกังวลในการผิด ปกติของผิวหนัง ทั้งนี้เพราะโรคผิวหนังเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุดังกล่าวแล้วตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงโรครุนแรงอย่างโรคมะเร็ง

อนึ่ง อาการสำคัญของมะเร็งผิวหนังคือ มีแผลเรื้อรัง แผลไม่หายหลังจากดูแลตนเองภาย ใน 2 สัปดาห์ หรือมีก้อนเนื้อโตเร็ว หรือเป็นไฝ/ปาน โตเร็ว ขอบไม่เรียบ ฝังตัวลึกในผิวหนัง และแตกเป็นแผลเลือดออกเรื้อรัง ซึ่งเมื่อมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์เสมอ